เมนู

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 20/01/2012
ปรับปรุง 07/09/2021
สถิติผู้เข้าชม 133,146
Page Views 179,487
สินค้าทั้งหมด 4
 

สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

งานวิจัยมังคุด

งานวิจัยมังคุด

เนื่องจากมังคุดเป็นผลไม้ที่มีรสชาติถูกใจผู้บริโภคในต่างประเทศและมังคุดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง  ประเทศไทยจึงเป็นผู้ส่งออกมังคุดคิดเป็น 80% ของตลาดโลก มาเลเซีย 17% อินโดนีเซีย 1.6% ฟิลิปินส์ 1.4% ในปี 2550 การส่งออกมังคุดคิดเป็น 10.17% ของการส่งออกผลไม้ จากจันทบุรี 32% ชุมพร 26% โดยส่งออกในรูปของผลสด 94.62% และแช่แข็ง 5.38% โดยส่งไปประเทศจีน 34% ญี่ปุ่น 28% สหรัฐอเมริกา 3% และยุโรป 1.5% (สถาบันอาหาร, 2550) การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆของมังคุดจึงเป็นที่สนใจของนักวิจัยตามแนวโน้มความต้องการของตลาดในปัจจุบัน  แนวโน้มการวิจัยทาง Functional food ของเทคโนโลยีอาหารได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ ในการใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติต่างๆเพื่อเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ

มังคุดจัดได้ว่าเป็นแหล่งอุดมด้วยวิตามิน เกลือแร่ และส่วนที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อันได้แก่ สารเยื่อใย วิตามินซี วิตามินเอ ฟอเลท แคลเซียม โปแตสเซียมและแมกนีเซียมและยังพบว่ามังคุดมีสรรพคุณในการรักษาโรคเนื่องจากมีสารประกอบที่สำคัญ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ สารประกอบแซนโทนในมังคุด (Garcinia mangostana) ซึ่งเป็นโครงสร้างแกนหลักของสาร Mangostin มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (Anti-bacterial), ลดการอักเสบ (Anti-inflammatory), และ ต่อต้านมะเร็ง (Anti-cancer activities) นักวิจัยได้รายงานสารประกอบแซนโทนว่ามีโครงสร้างใกล้เคียงกับ Mitoxantrone ซึ่งเป็นยารักษาโรคมะเร็ง สารแซนโทนนี้มีอยู่มากในส่วนของ Hull, bark, และ dried latex ของพืช Guttiferaeous ได้แก่ Garcinia mangostana L. ส่วนที่สกัดได้จาก Pericarb ของผลสุกมีฤทธิ์ immunomodulating, anti-bacterial, anti-mutagenic, anti-cancer, และยังมีฤทธิ์ทางยาอื่นๆอีก  ได้มีรายงานการสกัด Hull ใน Garcinia mangostana L. ด้วยการอบแห้งที่ 60 ºC เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นใช้ตัวอย่างแห้ง 3 กิโลกรัมสกัดด้วยแอทธานอล 25 ลิตรที่อุณหภูมิ 50 ºC เป็นเวลา 16 ชั่วโมง พบว่ามีสารประกอบแซนโทนจำนวน 6 ชนิด ได้แก่ 8-desoxygartanin, gartanin, garcinone E, tyvophyllin A, α-mangostin และ r-mangostin และได้ทดสอบสาร garcinone E ว่ามีผลต่อ tumor cell line และสามารถใช้ treatment เซลมะเร็งได้ มีผลการวิจัยทางการแพทย์รายงานว่า สารในกลุ่ม Alpha- and beta-mangostins and garcinone B มีผลในการยับยั้งต่อเชื้อ Mycobacterium tuberculosis  (TB ) และมีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนซ์หรือคุณสมบัติในการกำจัดอนุมูลอิสระ ของสารประกอบกลุ่มแซนโทน โดยมีค่า ORAC (Oxygen radical absorbance capacity) สูงถึง 17,000 ถึง 24,000 ในขณะที่ ลูกพรุนมีค่า ORAC เพียง 7,000 ต่อออนซ์ 

อย่างไรก็ตามงานวิจัยเบื้องต้นจำเป็นต้องศึกษาสารประกอบที่มีประโยชน์ดังกล่าวต่อการสูญเสียเมื่อผ่านขบวนการแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากมังคุดแต่ละชนิดมีขั้นตอนในขบวนการแปรรูปที่แตกต่างกันได้แก่ขบวนการแช่แข็ง การแช่แข็งอบแห้ง (Freeze dry) พลาสเจอร์ไรซ์ และ/หรือสเตอริไรซ์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มซึ่งมีขบวนการให้ความร้อนที่อุณหภูมิและระยะเวลาที่ต่างกันเช่นผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดเข้มข้น หรือการให้ความร้อนด้วยการทำผงโดยการฉีดพ่นฝอยด้วยเครื่อง spray dry หรือการให้ความร้อนด้วยการอบแห้ง หรือการผ่านขบวนการหมักด้วยเชื้อยีสต์หรือ Lactic acid  bacteria หรือแม้แต่การใช้ปฏิกริยาเอนไซม์ในการตกตะกอนและเพิ่มเปอร์เซนต์ผลผลิตในการสกัด ขบวนการต่างๆเหล่านี้อาจส่งผลต่อปริมาณสารประกอบแซนโทนที่มีคุณค่าในมังคุด ปัจจุบันได้มีรายงานการวิจัยสารประกอบแซนโทนในทางการแพทย์และเภสัชถึงการสกัดสารประกอบแซนโทนแต่ละชนิดซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หากแต่ไม่มีรายงานการวิจัยปริมาณสารประกอบแซนโทนต่อการสูญเสียเมื่อผ่านขบวนการแปรรูปอาหารแต่อย่างใด จึงคาดได้ว่าผลงานวิจัยจะมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการแปรรูปมังคุดอย่างมากในอนาคต งานวิจัยนี้จึงเป็นการวิจัยเพื่อศึกษาปริมาณสารประกอบแซนโทนในมังคุดก่อนและหลังขบวนการแปรรูป เพื่อมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศอันก่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์การแปรรูปมังคุดเพื่อสุขภาพอย่างยั่งยืนต่อการใช้ประโยชน์จากสารธรรมชาติที่มีคุณค่าในมังคุดตามดวามต้องการของตลาดต่างประเทศอย่างมากในปัจจุบัน อันจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคและเป็นการขยายผลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมังคุดเป็นการช่วยลดการสูญเสียและยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับมังคุดและแก้ไขปัญหาล้นตลาดอย่างถาวรยั่งยืนอีกด้วย